ล้มทั้งยืน!! ทำงานแทบตาย “สาว” ดันทำเงินหมื่นหล่นหาย ก่อนมีคนเก็บมาคืนให้ พอรู้ว่าเป็นใคร ซึ้งน้ำตาซึม!!

เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 24 พ.ค. 60 ร.ต.ท.สายฝน มาลัยวงศ์ รอง สว.(ป.)สภ.เมืองชลบุรี ประจำตู้สายตรวจ ตำบลหนองรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งจากนายวิรุจ นวนประโคน อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 10 ตำบลสำโรง อำเภอพลับพลาชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าเก็บกระเป๋าเงินสีฟ้าได้ที่บริเวณหน้าร้านส้มตำตรงข้ามวัดหนองรี มามอบให้เพื่อติดตามหาเจ้าของกระเป๋า


โดยจากการตรวจสอบภายในกระเป๋ามีเงินจำนวน 10,400 บาท บัตรเอทีเอ็ม 1 ใบ และบัตรเอกสารทางราชการ ต่อมาเมื่อเวลา 20.00 น.ได้มีนางสาวพินิจดา นุชสุช อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 1 ตำบลดอนโอง อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นพนักงานแผนกผลิตเครื่องยนต์อิเล็กทรนิค ประเภทแอร์รถยนต์ ของบริษัท อัลฟาคาสท์ จำกัด ได้เดินทางเข้าแจ้งว่าได้ทำกระเป๋าเงินหล่นหาย

จึงได้สอบถามถึงลักษณะของกระเป๋า และนางสาวพินิจดา ได้บอกอย่างถูกต้องจึงนำออกมาให้ดู ก็ถึงกับอาการดีใจและกล่าวว่าเป็นกระเป๋าของตนเอง พร้อมกับบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม่คิดว่าจะได้เงินจำนวนนี้คืน เพราะตนเคยทำกระเป๋าเงินตกแบบนี้ก็ไม่มีวี่แววว่าจะได้คืน ไม่คิดว่าจะได้เจอคนดีๆแบบนี้กับตัวเอง เงินจำนวนดังกล่าวมีความสำคัญกับตนมากเพราะ ตนต้องทำงานเกือบทั้งเดือนเพื่อนำเงินจำนวนดังกล่าวไปจ่ายค่า กยส. ที่ตนได้ไปกู้มาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ


ด้านนายวิรุจ หนุ่มช่างสีใจซื่อได้กล่าวว่า ตนไม่เคยคิดที่อยากจะได้ของใครเพราะคิดอยู่เสมอว่าเงินจำนวนมากขนาดนี้หากเจ้าของทำหายเขาต้องเดือดร้อนแน่ๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตนเก็บเงินได้ ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณหลายปีก่อน ตนก็เคยเก็บเงินได้จำนวนเป็นแสนบาท ตนก็พยายามที่จะหาเจ้าของพร้อมมอบคืน เพราะเงินจำนวนดังกล่าวมันไม่ใช่ของเรา เมื่อเราเอาของเขามาใช้เดี๋ยวมันก็หมด แต่ความรู้สึกที่เราได้ทำความดีนั้นมันจะอยู่ในใจของเราไปเรื่อยไม่มีหมดและพร้อมที่จะทำความดีแบบนี้ตลอดไป จากนั้นนายวิรุจ ได้มอบเงินคืนแก่พินิจดา ต่อหน้าร้อยตำรวจโทสายฝน ที่เป็นสักขีพยานในการทำความดี โดยนางสาวพินิจดา พยายามที่จะมอบเงินจำนวน 1พันบาทให้แก่นายวิรุจ แต่นายวิรุจ ไม่ยอมรับโดยให้เหตุผลว่าที่เขาทำความดีไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทนที่เป็นมูลค่าแต่อย่างใด

ภาพ / ข่าว : ทีมข่าวคลิ๊กนิวส์ จ.ชลบุรี