ผมส่ง “รูปชู้”หวังให้ภรรยาหย่า แต่ภรรยากลับส่ง”ของขวัญลึกลับ” ทำผมแทบคลั่ง!! เสียใจตลอดชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีสองสามีภรรยาคู่หนึ่งรักกันมานานกว่า 10 ปี เธอเป็นรักแรกของผม แต่หลังจากที่ผมประสบความสำเร็จกลับทิ้งเธอไป

เราเรียนมัธยมด้วยกัน เมื่อเรียนจบผมจึงไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยในเมือง ส่วนเธอก็ทำงานอยู่ที่บ้านเกิด ผมเป็นคนเดียวของหมู่บ้านที่สูงถึงขั้นเรียนมหาวิทยาลัย แต่แล้ววันหนึ่งเรื่องร้ายก็เกิดขึ้น เมื่อพ่อของผมป่วยเป็นอัมพาตจากอุบัติเหตุในเหมืองถ่านหิน ทำให้ไม่มีเงินส่งเสียผมเรียนต่อ จึงได้หยุดการเรียนไว้ก่อน แต่แฟนผมคนนี้เธอดีมาก ยอมลำบากนั่งรถไฟมาไกลถึง2วันเพื่อมาหาผม เธอยื่นสมุดบัญชีธนาคารเก่าๆเล่มหนึ่งให้ผมและบอกว่า “คุณเรียนต่อเถอะนะ คุณเป็นความหวังของทั้งหมู่บ้านนะและเป็นความภาคภูมิใจของฉันด้วย” ทำให้ผมมีกำลังใจเรียนต่อ เธอให้กำลังใจผมตลอดเวลาว่าต้องเรียนต่อ

จากนั้นเธอก็ย้ายมาพักกับที่ในเมือง เราเช่าห้องเล็กใกล้มหาวิทยาลัยด้วยกัน ต่อมาเนื่องจากแม่ของเธอล้มป่วย เธอจำเป็นต้องกลับไปบ้านนอกเพื่อไปดูและแม่ของเธอ หลังจบมหาวิทยาลัย 3 ปี เธอรู้สึกว่าเราทั้งสองห่างไกลกันมากแล้ว ไม่มีโอกาสได้เจอกันเลยทำให้เธอรู้สึกละอายใจและไม่คู่ควรกับผม

ตอนนั้นผมยังรักเธอมากและซึ้งในน้ำใจของเธอ และแล้วเราก็แต่งงานกัน เราก็ย้ายมาอยู่ในเมืองด้วยกัน เพราะว่าเธอหางานทำไม่ได้ จึงรับงานฝีมือมาทำที่บ้านเพื่อหาเงินเพิ่ม เธอเป็นคนขยันมาก ปี2008 ผมลาออกจากงานเพื่อมาประกอบธุรกิจเล็กเองที่บ้าน แต่ธุรกิจไปได้ไม่ดีนัก และบังเอิญเธอตั้งครรภ์ ผมจึงบอกเธอไปว่าเราฐานะยังไม่มั่งคงไม่สามารถมีลูกได้ในตอนนี้ บังคับให้เธอไปเอาเด็กออกที่โรงพยาบาล

ปี2009 ธุรกิจกำลังเริ่มต้น ภรรยาของผมก็ตั้งครรภ์อีก ตอนนั้นผมติดหนี้ธนาคารหลายแสนบาท ทำให้ผมไม่มีกะจิตกะใจคิดที่อยากจะมีลูก จึงบังคับให้เธอไปเอาเด็กออกอีกที่โรงพยาบาล

ธุรกิรของผมไม่มั่นคงตลอด จนมาถึงปี2012 ธุรกิจของเราเริ่มมั่นคง ผมจึงเริ่มคิดที่จะมีลูกกับเธอ แต่เธอก็ไม่มีวีแววจะตั้งครรภ์สักที ปีนี้ผมจึงพาเธอไปตรวจร่างกายเพื่อเตรียมจะมีลูกด้วยกัน แต่หมอบอกว่า “โอกาสที่เธอจะตั้งครรภ์ได้นั้นมีน้อยมาก” ทำให้ผมใจสลาย ตอนนั้นผมหงุดหงิดมาก ทะเลาะกับเธอเกือบทุกวัน บางครั้งผมก็ลงไม้ลงมือทำร้ายเธอ พ่อแม่ของผมอยากอุ้มหลานมาก ทำให้ผมกดดันมากขึ้น

วันหนึ่งผมจึง “ขอหย่า” กับเธอ

แต่เธอไม่ตกลง จึงหนีกลับบ้านนอกของเธอไป เธอเหมือนคนบ้าไปร้องไห้ฟูมฟายหน้าบ้านของผม ทำให้ผมโกรธมาก จึงคิดที่อยากจะมีเมียน้อย สุดท้ายผมก็เล่นไม่ซื่อกับเธอโดย คบกับเลขาของผม ตอนนั้นความสัมพันธ์ของผมกับภรรยาเริ่มแย่ลง ผมจึงส่งรูปตอน “มีอะไรกับเลขาสาว” ให้เธอดู ทำให้เธอไม่เงียบไปและไม่ทะเลาะกับผมอีก

ต่อมาเมื่อปี 2016 ผมกับเธอไปทำเรื่องหย่ากันที่อำเภอ วันนั้นเธอส่วนผมไปกินข้าว แต่ผมปฎิเสธ หลังจากหย่าเสร็จ เธอเดินมาในมือถือหนังสือเก่าๆเล่มหนึ่งจากนั้นยื่นให้ผม และถามผมว่า “คุณจะไม่คืนดีกับฉันแล้วใช่ไหมคะ? นี่คือของขวัญชิ้่นสุดท้ายที่ฉันจะให้คุณ”

เมื่อผมเปิดสมุดออกมาดู นั้นเป็นสมุดคู่มือผู้ป่วย ผมแทบช็อก! เพราะในสมุดบันทึกว่าเธอ ตั้งครรภ์แล้ว 4ครั้ง แต่ก็ไปทำแท้งทั้ง4 ครั้ง เธอไม่เคยบอกเรื่องนี้กับผมเลย ผมนึกขึ้นได้ว่า เธอพยายามบอกผมหลายครั้งให้ไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย แต่ผมไม่สนใจและไม่เคยเป็นห่วงสุขภาพของเธอเลย วันๆเอาแต่ทำงาน ที่แท้เธอไม่สามารถมีลูกได้นั้น ความผิดทั้งหมดเพราะผมนี่เอง ผมไม่เคยสนใจที่จะให้เธออยู่ไฟหลังทำแท้งดีๆเลยสักครั้ง เธอต้องทำงานหนักที่บ้านเพื่อผม เธอไม่เคยบ่นเลยสักคำ แถมยังทำร้ายร่างกายเธออีก !

ผมนั่งร้องไห้อย่างหนัก และตบหน้าตนเองจนเลือดออก ผมอยากจะตามเธอกลับมา แต่แฟนสาวคนใหม่ของผมก็กำลังตั้งครรภ์ พ่อแม่บังคับให้ผมแต่งงานกับเธอ แต่ใจของผมอยู่ที่ภรรยาแล้ว ทำยังไงดี ทำไมผมถึงเพิ่งตาสว่าง ผมทำผิดมากต่อเธอ ผมไม่อยากทุกข์ทรมารไปทั้งชีวิต ตอนนี้เธอยังคงเป็นแม่บ้านที่ดีอยู่บ้านที่บ้านนอกกับแม่ของเธอ และได้ข่าวว่ามีคนจีบเธอมากมาย แต่เธอไม่ยอมเปิดใจให้ใครเลย และก็ไม่ให้อภัยผมด้วย ผมควรทำอย่างไรดี?
ที่มา: liekr